ถุงใต้ตาสารพัดปัญหาภัยใกล้ตัว

ผิวหนังใต้ตาหย่อนคล้อย แลดูหมองคล้ำ หรือบวมเป่งข้างใดข้างหนึ่ง ถือว่าเป็นสารพัดปัญหากวนใจที่สามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่อายุยังน้อยไปจนถึงตอนแก่เฒ่า โดยการที่คนไข้มี “ถุงใต้ตา ” บนใบหน้านั้นอาจเป็นสัญญาณเตือนบอกโรคของสภาวะเสี่ยงต่าง ๆ ภายในร่างกาย และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการสูญเสียความมั่นใจได้นะครับ

ถุงใต้ตาคืออะไร

ถุงใต้ตาคืออะไร?

ถุงบริเวณใต้ตา (Eye bags) คือ ถุงไขมันที่อยู่รอบ ๆ ดวงตาด้านล่าง ซึ่งคนไข้จะสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน เพราะจะมีลักษณะเหมือนก้อนเนื้อนูนออกมา ส่งผลให้ใต้ตาดูหย่อนคล้อย บวมคล้ำ เหี่ยวย่น และสามารถพบได้บ่อยในคนไข้ที่ใบหน้าเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงวัย ทั้งผู้ชาย – ผู้หญิง ครับ 

โดยปัญหาถุงใต้ดวงตานั้นเป็นปัญหาที่เกิดได้จากหลายปัจจัย แต่ก็สามารถแก้ไขได้หลายวิธีเช่นกันครับ เนื่องจากเทคโนโลยีทางการแพทย์มีความทันสมัยตามกาลเวลา รวมไปถึงเทคนิคของจักษุแพทย์แต่ละคนที่มีความชำนาญ และเชี่ยวชาญ ในการรักษาปัญหาต่าง ๆ ของดวงตาได้อย่างละเอียดรอบคอบพร้อมมอบความปลอดภัยคนไข้ทุกท่านครับ  

อย่างไรก็ตามยังมีคนไข้อีกมากมายที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับ ..ถุงใต้ตา.. ว่าเป็นได้เฉพาะผู้ที่มีอายุเยอะเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง สามารถเกิดได้แม้อายุจะยังน้อยก็ตามครับ ทำให้คนไข้ส่วนมากมองข้ามปัญหาดังกล่าวไปนั่นเอง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ หรือความเสี่ยงต่าง ๆ ในระยะยาว ผมขอแนะนำให้คนไข้เข้ารับการรักษากับจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยอาจเริ่มจากเข้ารับคำปรึกษา ก่อนหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมนั่นเองครับ

ถุงใต้ตาเกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

ถุงใต้ตาเกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง?

การเกิดถุงไขมันสะสมใต้ดวงตา อาจมีที่มาจากหลายสาเหตุ แต่ส่วนใหญ่มักได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงตามช่วงวัย รวมไปถึงปัจจัยภายใน – ภายนอกครับ ซึ่งสามารถแบ่งได้ดังนี้ครับ 

  • กรรมพันธุ์

ถุงใต้ตาที่มีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์นั้น ส่วนมากเป็นเพราะระบบต่อมไร้ท่อทำงานผิดปกติ หรืออาจมีโรคต่าง ๆ มาเกี่ยวข้อง เช่น โรคภูมิแพ้ หรือโรคหอบหืด โดยไขมันใต้ตาสามารถขยายใหญ่จนเป็นถุงนูน หรือก้อนบวม ๆ จนอาจส่งผลทำให้ใบหน้าดูซูบโทรม อ่อนเพลีย และสามารถพบได้ตั้งแต่อายุยังน้อยครับ 

  • ช่วงวัย 

ตั้งแต่เด็กจนโต โครงสร้างผิวของคนเราจะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ แม้แต่ผนังกั้นเปลือกตาก็อาจอ่อนแอลงได้เช่นกัน อายุที่เพิ่มขึ้นจึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ถุงใต้ตาหย่อนคล้อย ใต้ตาคล้ำลึก รวมถึงผิวหนังบางลงด้วยครับ 

  • พักผ่อนไม่เพียงพอ

อาการนอนไม่หลับ หรือพักผ่อนไม่เพียงพอส่วนใหญ่จะเกิดจากพฤติกรรม กับความเครียดในชีวิตประจำวัน ซึ่งสามารถส่งผลทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตเกิดความผิดปกติ จนเส้นเลือดตีบ หรือเลือดสูบฉีดไม่สม่ำเสมอ เป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวหย่อนคล้อย มีริ้วรอย และใต้ตาดูหมองคล้ำครับ 

  • อาการภูมิแพ้อากาศ

สำหรับคนไข้ที่มีภาวะภูมิแพ้อากาศ อาจส่งผลโดยตรงกับถุงใต้ตานะครับ เนื่องจากเส้นเลือดบริเวณรอบ ๆ ดวงตาจะขยายใหญ่ขึ้น ซึ่งสาเหตุที่ทำให้มีอาการระคายเคือง ถุงใต้ตาบวม มีรอยคล้ำใต้ดวงตา และถ้าชอบขยี้ตาเป็นประจำ อาจทำให้เกิดการอักเสบของผิวหนังได้ด้วยนะครับ

ถุงใต้ตาแท้เกิดจากปัจจัยอะไร

ถุงใต้ตาแท้เกิดจากปัจจัยอะไร?

ภาวะถุงใต้ตาแท้สามารถเกิดได้กับทุกช่วงวัย โดยถุงใต้ดวงตาจะมีลักษณะนูนเป็นก้อนขึ้นมา อาจมีปัจจัยหลัก ๆ ที่ส่งผลอยู่ 2 ประเภท ดังนี้ 

  • เกิดจากพันธุกรรม

พันธุกรรมของพ่อแม่สามารถส่งผลต่อลูกได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์ อาจเพราะโครโมโซมที่ทำงานผิดปกติ ปัญหาการเกิดถุงใต้ตาจึงส่งผลได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งจะทำให้ใบหน้าดูโทรม หรือดูอ่อนเพลียตลอดเวลา หรืออาจมีสาเหตุมาจากระบบต่อมไร้ท่อที่ทำงานผิดปกติก็ได้เช่นกัน ทำให้ไขมันสะสมใต้ดวงตาเป็นจำนวนมาก จนมีลักษณะเหมือนถุงที่นูนออกมานั่นเองครับ แต่ไม่ต้องเป็นกังวลไปนะครับ เพราะสามารถรักษาปัจจัยดังกล่าวได้ด้วยการศัลยกรรมตา กับจักษุแพทย์ชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญ

  • อายุที่เพิ่มขึ้น

ตัวเลขอายุที่เพิ่มมากขึ้น อาจส่งผลทำให้ผิวหนังเสื่อมสภาพลงได้ จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้ปัญหาถุงใต้ตาหย่อนคล้อย หรือปูดนูนเห็นได้อย่างเด่นชัด นอกจากนี้ยังมีเรื่องของกระดูก หรือเนื้อเยื่อที่สามารถยุบตัวจากอายุที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นเปลือกตาล่างปลิ้นออกมาได้เลย ฉะนั้นคนไข้ที่รู้ตัวว่าเริ่มมีปัญหาดังกล่าวก็สามารถเข้ามารับคำปรึกษา หรือศัลยกรรมตา เพื่อแก้ปัญหากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้นะครับ

นอกจากพันธุกรรม และอายุที่เพิ่มขึ้น ถุงใต้ตาแท้ก็ยังสามารถเกิดจากปัจัยอื่น ๆ ได้ดังนี้ครับ 

  • เกิดจากให้ระบบการทำงานภายในร่างกายมีความผิดปกติ จึงส่งผลทำให้เกิดปัญหาถุงใต้ดวงตาครับ
  • การทำงานของเซลล์ไขมันบริเวณรอบดวงตามีความผิดปกติ ทำให้ไขมัน หรือของเหลวไหลมารวมกองกันจนเป็นก้อนนูนใต้ดวงตาครับ 
  • เกิดจากอาการแพ้ต่าง ๆ เช่น แพ้อาหาร ภูมิแพ้อาการ หรือแพ้ภูมิตัวเอง ก็สามารถทำให้มีภาวะระคายเคืองรอบดวงตาได้ จนทำให้ถุงใต้ตาเริ่มก่อตัวเป็นก้อนได้ครับ
  • เกิดจากกล้ามเนื้อเสื่อมสภาพ ทำให้ผิวหนังไม่กระชับเหมือนเดิม ทำให้ผิวหนังค่อย ๆ หย่อนคล้อยลงมาจนเป็นถุงใต้ดวงตาได้นั่นเองครับ 
ถุงใต้ตาเทียมเกิดจากปัจจัยอะไร

ถุงใต้ตาเทียมเกิดจากอะไร

ภาวะถุงใต้ตาเทียมนั้นจะมีอาการเพียงชั่วคราว ซึ่งหมายความว่าสามารถรักษาได้ด้วยตนเองครับ โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดถุงใต้ตาเทียมหลัก ๆ  มักเกิดจากพฤติกรรมของตัวเองซะส่วนใหญ่  มีปัจจัยอะไรบ้างไปดูกันครับ

  • เกิดจากสภาพแวดล้อม เช่น รังสียูวีในแสงแดด, ฝุ่นควัน, ควันบุหรี่, รวมไปถึงมลพิษต่าง ๆ ทางอากาศ ก็สามารถส่งผลให้มีภาวะถุงใต้ตาบวม คล้ำได้ครับ 
  • พฤติกรรมชอบล้างหน้า ทาครีมแบบแรง ๆ หรือการขยี้ตาบ่อย ๆ ก็สามารถทำให้บริเวณรอบดวงตามีอาการระคายเคือง และอักเสบได้ จนเป็นที่มาของปัญหาถุงใต้ตาได้ครับ 
  • เกิดจากภาวะการใช้สายตามากเกินไป ชอบเพ่งเล็งหน้าจอคอม หรือโทรศัพท์เป็นเวลานาน รวมถึงตอนที่ร้องไห้หนัก ๆ ก็สามารถทำให้เกิดถุงใต้ดวงตาได้นะครับ 
  • คนไข้ที่มีพฤติกรรมอดหลับอดนอน หรือมีความเครียดสะสม ก็อาจส่งผลทำให้เกิดถุงบริเวณใต้ดวงตาได้เช่นกันครับ 
  • พฤติกรรมรับประทานอาหารแบบผิด ๆ เป็นประจำ เช่น ชอบทานอาหารทะเล, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, อาหารประเภทหมักดอง และอาหารที่มีปริมาณโซเดียมสูง สามารถส่งผลทำให้เกิดถุงใต้ดวงตาได้ครับ
  • พฤติกรรมที่ทำให้ร่างกายเกิดผลเสีย อย่าง การสูบบุหรี่ที่ส่งผลทำให้ผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง ซึ่งเป็นที่มาของปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อยได้ง่ายบริเวณใต้ตาครับ 

โดยถุงใต้ตาเทียมส่วนมาก สามารถรักษาได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง ที่ส่งผลต่อระบบการทำงานภายในร่างกายครับ แต่ถ้าหากไม่มีเวลาดูแลรักษาตนเอง ก็ขอแนะนำให้เข้ารับคำปรึกษากับจักษุแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ เนื่องจากแพทย์จะสามารถบอกรายละเอียดของปัญหา และวิธีแก้ได้อย่างละเอียดนั่นเองครับ

ถุงใต้ตาแท้ vs ถุงใต้ตาเทียมต่างกันอย่างไร

ถุงใต้ตาแท้ vs ถุงใต้ตาเทียมต่างกันอย่างไร

ถุงใต้ตาคือหนึ่งในปัญหากวนใจของใครหลายคน ที่พบเจอได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งหมายความว่าเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุนั่นเอง คนไข้ที่มีถุงบริเวณใต้ตามักมีความเข้าใจที่ผิด เพราะไม่รู้ถึงปัญหาอย่างแน่แท้เกี่ยวกับถุงใต้ตานั่นเองครับ

โดยปัญหาถุงใต้ตานั้นจะสามารถแบ่งออกมาได้อีก 2 ประเภท คือ ถุงใต้ตาแท้ และถุงใต้ตาเทียม ซึ่งทั้งสองประเภทมีความแตกต่างกันดังนี้

  • ถุงใต้ตาแท้

ถุงใต้ตาแท้นั้นเกิดจากระบบการทำงานของต่อมไร้ท่อภายในร่างกายมีความผิดปกติ หรืออาจเป็นเพราะอายุที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงกรรมพันธุ์ที่ถูกส่งต่อจากพ่อ – แม่ สู่ลูกก็ได้เช่นกันครับ ซึ่งปัญหาดังกล่าวนั้นสามารถแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัดศัลยกรรม ไม่แนะนำให้รักษาด้วยตนเอง เนื่องจากผลลัพธ์จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง และที่สำคัญคนไข้ควรผ่าตัดศัลยกรรมกับจักษุแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น เพื่อความปลอดภัย กับใบหน้าที่ดูชุ่มฉ่ำ

  • ถุงใต้ตาเทียม

ถุงใต้ตาเทียมนั้นจะมีลักษณะเหมือนของเหลวไปสะสมบริเวณใต้ดวงตาเป็นจำนวนมาก จนเป็นก้อนนูนคล้ายคนตาบวม ซึ่งปัจจัยที่ก่อให้เกิดส่วนมากจะมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันครับ เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ ชอบขยี้ตาแรง ๆ ความเครียด หรือใช้สายตามากเกินไป ล้วนส่งผลกระทบตาถุงใต้ตาได้ทั้งสิ้นครับ แต่ปัญหานี้นั้นสามารถแก้ไขได้หลายวิธี เช่น ปรับพฤติกรรมความเคยชินที่ส่งผลต่อดวงตา หรือเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมกับจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็ย่อมได้ครับ

เพียงเท่านี้คนไข้ก็น่าจะเห็นถึงความแตกต่างของถุงใต้ตาแท้ – ถุงใต้ตาเทียมแล้วนะครับ ว่ามีทั้งวิธีการดูแล และการรักษาที่ต่างกันไป ถึงผลเสียของภาวะดังกล่าวจะไม่มีความรุนแรงสักเท่าไหร่ แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ ก็สามารถส่งผลเสียต่อความมั่นใจได้ไม่น้อยเลยนะครับ ดังนั้นการรักษาด้วยการผ่าตัดศัลยกรรมกับจักษุแพทย์ที่มีความชำนาญ จึงถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่แก้ปัญหาได้อย่างถาวรครับ

ระยะอันตรายของถุงใต้ตามีกี่แบบ

ระยะอันตรายของถุงใต้ตามีกี่แบบ

ถึงแม้ถุงใต้ดวงตาจะดูไม่มีพิษมีภัยร้ายแรงสักเท่าไหร่ แต่หากปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ ของเหลวที่สะสมอยู่ก็สามารถส่งผลเสียต่อการมองเห็นได้ไม่น้อยเลยครับ เพื่อเป็นการป้องกัน หรือเฝ้าระวังปัญหาดังกล่าววันนี้ผมจะมีแนะนำทริคเล็ก ๆ ในการสังเกตปัญหาถุงใต้ตา โดยมีอยู่ด้วยกัน 3 ระยะดังนี้ครับ

  • ระยะแรก

บริเวณใต้ดวงตาจะมีของเหลวสะสมอยู่ในระดับน้อย หากไม่สังเกตดี ๆ อาจไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงเนื่องจากจะมีอาการบวมนิดหน่อยคล้ายยุงกัด ซึ่งไม่ส่งผลอันตรายร้ายแรงต่อร่างกาย แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้ก็อาจทำให้ถุงใต้ตาขยายใหญ่จนบดบังวิสัยทัศน์ได้นั่นองครับ  

  • ระยะที่สอง

สำหรับระยะที่สองคนไข้จะเริ่มสังเกตเห็นถุงใต้ดวงตาได้ชัดขึ้นกว่าระยะแรก เพราะเกิดจากผิวหนังหย่อนคล้อย หรือยุบตัวลงจนเป็นก้อนนูน ซึ่งภาวะถุงใต้ตาดังกล่าวสามารถส่งผลทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า เหมือนคนอดหลับอดนอนนั่นเองครับ 

  • ระยะที่สาม

จะเป็นระยะที่คนไข้สามารถสังเกตเห็นถุงใต้ดวงตาได้อย่างเด่นชัดที่สุด เนื่องจากมีการสะสมของไขมันอยู่เป็นจำนวนมาก ส่งผลทำให้ผิวหนังหย่อนคล้อย หรือใต้ตาขาดความยืดหยุ่น โดยใบหน้าจะดูโทรม ไม่สดใส และดูแก่กว่าวัยอันควรได้ครับ 

ดังนั้นในบทความนี้จึงเป็นการบอกถึงปัญหา หรือแนวทางการป้องกันไม่ให้เกิดระยะต่าง ๆ ในอนาคตได้ครับ ส่วนคนไข้ที่กำลังเผชิญกับปัญหาถุงใต้ตาแต่ละระยะอยู่นั้น ผมก็ขอแนะนำให้เข้ารับคำปรึกษากับจักษุแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อทำการประเมินปัญหา พร้อมแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง และปลอดภัยนั้นเองครับ

ปัญหาถุงใต้ตาสัญญาณบ่งบอกโรคร้าย

ปัญหาถุงใต้ตาสัญญาณบ่งบอกโรคร้าย

ถุงใต้ตาสัญญาณที่บอกถึงโรคร้ายได้จริงหรอ ? ปกติแล้วถุงใต้ดวงตานั้นหากเกิดมีของเหลวสะสมอยู่จำนวนหนึ่ง จะส่งผลให้ผิวหนังบริเวณดังกล่าวหย่อนคล้อยลงมา อาจส่งเพียงด้านจิตใจ ที่ทำให้คนไข้ขาดความมั่นใจ เพราะใบหน้าดูโทรม หรือหมองคล้ำครับ

แต่ในกรณีที่มีอาการบวมแดง หรือแสบคันใต้ดวงตาติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ ผมขอแนะนำให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนจากโรคร้ายแรงต่าง ๆ ดังนี้ครับ 

  • โรคภูมิแพ้

คนไข้ส่วนใหญ่ที่มีปัญหาถุงใต้ตาส่วนใหญ่มักพบว่าเป็นโรคภูมิแพ้ร่วมด้วย ถือว่าเป็นโรคยอดฮิตเลยก็ว่าได้ครับ โดยอาจทำให้คนไข้มีอาการระคายเคือง หรือคันรอบ ๆ ดวงตา จึงทำให้คนชอบขยี้ดวงตา เพื่อแก้ปัญหาแทนครับ นอกจากจะไม่สามารถรักษาถุงใต้ตาได้แล้ว จะยิ่งสร้างปัญหาให้รอบดวงตาดำคล้ำเพิ่มอีกด้วยนะครับ 

  • โรคตาไทรอยด์

ปัญหาถุงใต้ตาจากโรคตาไทรอยด์นั้น สามารถส่งผลทำให้คนไข้มีอากรตาไวต่อแสง พร่ามัวได้ง่าย รวมไปถึงตาโปน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เป็นส่วนใหญ่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันมีความผิดปกติ หรือไม่สมดุลกัน หากปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ อาจทำให้มองเห็นภาพซ้อน มองไม่ชัด และเป็นตาเขได้ครับ 

  • โรคเยื่อบุตาอักเสบ

คนไข้ที่มีภาวะเยื่อบุตาอักเสบ อาจคล้ายกับตากุ้งยิง หากไม่สังเกตดี ๆ อาจเข้าใจผิดได้ครับ โดยสาเหตุมาจากการติดเชื้อภายในต่อมน้ำตา ทำให้คนไข้มีอาการระคายเคือง ซึ่งหากมีเชื้อแบคทีเรีย หรือไวรัสร่วมด้วย ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอาจทำให้อาการหนักขึ้น เช่น มีหนอง มีไข้ และอาจส่งผลทำให้ตาบอดได้ครับ 

  • โรคไต /หัวใจอ่อนแรง

ถุงใต้ตาอาจเป็นที่มาของโรคไต หรือหัวใจอ่อนแรงได้ครับ หากคนไข้ไม่เคยมีปัญหาถุงใต้ตาเลยสักครั้งในชีวิต แล้วอยู่ดี ๆ เกินเป็นอาจเพราะความเสี่ยงจากปัจจัยต่าง ๆ หรือพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อดวงตา ถึงภายนอกจะดูปกติ แต่ภายในอาจเสียหายอย่างหนักก็ไม่มีทางรู้ ฉะนั้นถ้าอยู่ดี ๆ ถุงใต้ตาเกิดบวมขึ้นมาก็ขอแนะนำให้ไปปรึกษากับจักษุแพทย์ เพื่อทำการตรวจรักษาก่อนปัญหาจะสายเกินแก้นะครับ

รักษาถุงใต้ตาที่ไหนดี ที่โรงพยาบาลมาสเตอร์พีซดีอย่างไร

รักษาถุงใต้ตาที่ไหนดี ที่โรงพยาบาลมาสเตอร์พีซดีอย่างไร

การเลือกสถานพยาบาลสำหรับรักษาปัญหาถุงใต้ตานั้นมีหลายปัจจัยนะครับ เนื่องจากดวงตามีความเปราะบาง และค่อนข้างละเอียดอ่อน คนไข้จึงควรศึกษาข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ เพื่อความปลอดภัย และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น โดยคุณสมบัติในการเลือกสถานพยาบาลที่ดีมีดังนี้ 

  • สถานพยาบาล

สถานพยาบาลต้องได้มาตรฐานสากล มีใบรับรองประกอบกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีหลักแหล่ง หรือสถานที่ตั้งอยู่จริง ภายใน – ภายนอกอาคารต้องมีความสะอาดปลอดโปร่ง และอำนวยความสะดวกให้กับคนไข้ได้อย่างทั่วถึง เช่น พื้นที่จอดรถเพียงพอ มีพื้นที่รับรองญาติคนไข้ และห้องพักฟื้นครับ 

  • แพทย์มีประสบการณ์

ประสบการณ์ ความชำนาญ หรือความเชี่ยวชาญของแพทย์ ถือเป็นตัวการันตรีอย่างหนึ่งที่ทำให้คนไข้รู้สึกว่ามีความน่าเชื่อถือ เนื่องจากการรักษาปัญหาถุงใต้ตาเป็นจุดที่มีความละเอียดอ่อน จักษุแพทย์ที่ทำการรักษาจึงต้องมีใบประกอบวิชาชีพที่สามารถตรวจสอบได้ เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เช่น ภาวะแทรกซ้อน อาการอักเสบ การติดเชื้อ เป็นต้น 

  • เครื่องมือทางการแพทย์

ความสะอาดของเครื่องมือ หรือผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ รวมถึงเทคโนโลยีต้องมีความทันสมัย เพื่อสร้างความประทับใจ, ความไว้วางใจ อีกทั้งต้องเหมาะสำหรับการรักษาอาการต่าง ๆ ของคนไข้แต่ละประเภทด้วยนั่นเองครับ 

  • การรีวิว 

ก่อนที่คนไข้จะตัดสินใจเข้ารับผ่าตัดศัลยกรรมถุงใต้ตา คนไข้อาจมีการศึกษา หรือตรวจสอบเกี่ยวกับรีวิวก่อนก็ได้ครับ เพื่อดูความน่าเชื่อถือของสถานพยาบาล โดยควรดูรีวิวจากหลายช่องทาง เช่น รูปภาพ หรือคลิปวิดีโอประกอบ จะสามารถช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่คนไข้ได้นั่นเองครับ

รักษาปัญหาถุงใต้ตาทางการแพทย์ทำอะไรได้บ้าง

รักษาปัญหาถุงใต้ตาทางการแพทย์ทำอะไรได้บ้าง

สำหรับคนไข้ที่ต้องการรักษาปัญหาถุงใต้ตา ด้วยวิธีทางการแพทย์แต่ไม่รู้ว่ามีอะไรบ้าง วันนี้ผมจะมาอธิบายรายละเอียดของหัตถการต่าง ๆ ให้คนไข้ได้เข้าใจในเบื้องต้นนะครับ 

แต่ก่อนที่จะไปถึงวิธีการรักษา คนไข้ควรรู้ถึงที่มาของปัญหาก่อนเป็นอันดับแรก ว่าถุงใต้ตานั้นเกิดจากสาเหตุอะไร เป็นเพียงชั่วคราว หรือจะส่งผลร้ายในอนาคต เพื่อหาวิธีที่เหมาะสมในการรักษาได้อย่างตรงจุดนั่นเองครับ โดยวิธีรักษาของทางการแพทย์ที่ได้รับความนิยมดังนี้ 

  • การผ่าตัดศัลยกรรม

สำหรับการผ่าตัดศัลยกรรม เพื่อแก้ปัญหาถุงใต้ตาถือว่าเป็นวิธีการรักษาที่ดี และได้รับความนิยมที่สุด  เนื่องจากเป็นวิธีที่เหมาะกับคนไข้ที่มีถุงใต้ตาหย่อนคล้อย ถุงไขมันใต้ตาเยอะ หรือเป็นก้อนนูน แต่ไม่สามารถรักษาได้ด้วยวิธีอื่น ๆ  อีกทั้งยังให้ผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงได้อย่างถาวร อย่างไรก็ตามทุกการผ่าตัดย่อมมีความเสี่ยง การเลือกสถานพยาบาล และจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นสิ่งสำคัญนะครับ 

  • การฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ไม่ใช่การผ่าตัด แต่เป็นการฉีดสารเติมเต็มที่อยู่ในกลุ่ม ไฮยาลูโรนิค แอซิด ( Hyaluronic Acid ) จึงมีความปลอดภัยสูง สามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติ หากคนไข้มีปัญหาใต้ตาหมองคล้ำ หรือเป็นร่องลึกลงไป การฉีดฟิลเลอร์จะสามารถช่วยเติมเต็มในตำแหน่งดังกล่าวได้ครับ ส่งผลทำให้ผิวกลับมากระชับ เรียบเนียน สดใส อีกทั้งยังเห็นผลไวถูกใจอย่างแน่นอนครับ 

  • การดูดไขมัน

หัตถการดูดไขมันถือว่าเป็นอีกวิธีการรักษาที่ตอบโจทย์อย่างมาก เพราะสามารถดูดไขมันบริเวณใต้ตาออกมาในปริมาณที่เหมาะสมตามที่แพทย์วินิจฉัย  จึงทำให้ลดปัญหาถุงใต้ตาได้นั่นเอง อีกทั้งยังเหมาะกับคนไข้ที่ไม่ต้องการพักฟื้นแบบการผ่าตัด กลัวเจ็บอักเสบบวมช้ำ แต่คนไข้ที่ต้องการดูดไขมันนั้นต้องเป็นกรณีที่มีถุงใต้ตาเท่านั้น หากมีปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อยร่วมด้วยแพทย์อาจไม่แนะนำ เพราะจะทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นไม่กระชับครับ แถมยังต้องอาศัยแพทย์ที่มีความชำนาญสูงอีกด้วย เพื่อป้องกันอันตรายต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นครับ

วิธีลดถุงใต้ตาง่ายๆทำได้ที่บ้าน

วิธีลดถุงใต้ตาง่ายๆทำได้ที่บ้าน

คนไข้ที่กำลังพบเจอกับปัญหาถุงใต้ตาแต่ไม่รู้วิธีแก้ที่มีประสิทธิภาพ วันนี้ผมมีเคล็ดลับดี ๆ มาบอกต่อเป็นวิธีการรักษาแบบง่ายสามารถทำได้แม้อยู่ที่บ้าน แถมให้ผลลัพธ์ไปในทางที่ดีอีกด้วยหากทำอย่างสม่ำเสมอซึ่งมีวิธีอะไรบ้างที่ช่วยลดถุงใต้ตาไปดูกันได้เลยครับ 

  • การชำระล้างใบหน้าที่ถูกวิธี และเบามือ จะทำให้ใบหน้าสะอาดอีกทั้งยังสามารถป้องกันภาวะถุงใต้ตาเกิดการระคายเคืองได้อีกด้วยครับ 
  • แนะนำให้ทาครีมบำรุงบริเวณถุงใต้ตาอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ เพื่อให้บริเวณดังกล่าวมีความชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลาจะช่วยลดอาการบวม หรือผิวหมองคล้ำได้ครับ 
  • แนะนำให้หลีกเลี่ยงการขยี้รอบดวงตาบ่อย ๆ  เพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอย และความหย่อนคล้อยของผิวหนังครับ 
  • เมื่อถุงใต้ตามีอาการบวม สามารถทำการประคบเย็นบริเวณที่ต้องการได้ครับ โดยอาจใช้เป็นช้อนแช่เย็น หรือแตงกวาหั่นแว่นจะช่วยลดอาการบวมลงได้ครับ 
  • ปรับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ ถ้าหักดิบไม่ได้ก็แนะนำให้ค่อย ๆ ลดความถี่ในการสูบลง เนื่องจากสารในบุหรี่สามารถส่งผลทำให้ผิวหนังอ่อนแอ และเพิ่มความเสี่ยงเป็นถุงใต้ตาได้ครับ 
  • พฤติกรรมการนอนที่ผิดก็สามารถส่งผลได้นะครับ แนะนำให้คนไข้หลีกเลี่ยงการนอนตะแคง หรือนอนคว่ำ เปลี่ยนเป็นนอนหงายหน้า และหนุนหมอนสูง เพื่อป้องกันภาวะถุงใต้ตาบวมได้ครับ 
  • ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร โดยพยายามเลี่ยงอาหารที่มีโซเดียมสูง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำพริกปรุงสำเร็จ ข้าวกล่องแช่แข็ง เป็นต้น เพราะสามารถทำให้ถุงใต้ตาบวมได้ง่ายครับ 
  • การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอในแต่ละวัน จะสามารถช่วยให้เช้าวันถัดไปถุงใต้ตามีอาการบวมน้อยลงได้ครับ
ข้อดีของการแก้ไขปัญหาถุงใต้ตามีอะไรบ้าง

ข้อดีของการผ่าตัดแก้ไขปัญหาถุงใต้ตามีอะไรบ้าง?

ถุงใต้ตาไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุอะไรก็ตาม ล้วนส่งผลเสียต่อใบหน้าได้โดยตรง เช่น ใบหน้าดูโทรม ใต้ตาดูหมองคล้ำ แววตาดูไม่สดใส อีกทั้งยังดูแก่กว่าวัยอันควรได้อีกด้วยครับ แต่ยังมีคนไข้จำนวนไม่น้อยที่มองข้ามเรื่องดังกล่าวไป เพื่อให้ตระหนักถึงปัญหา ผมจะมาพูดเกี่ยวกับการรักษาปัญหาถุงใต้ตาว่ามีข้อดีอย่างไรบ้างดังนี้ 

  • หลังแก้ปัญหาถุงใต้ดวงตาแล้ว จะช่วยทำให้ใบหน้าดูเรียบเนียน หรือสดใสขึ้นกว่าเดิมได้ครับ
  • หลังผ่าตัดศัลยกรรมบริเวณถุงใต้ตาแล้ว จะช่วยทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลง ใบหน้าดูกระจ่างใสอย่างธรรมชาติครับ
  • สามารถเห็นผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงได้ทันที ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้คนไข้ได้อีกขั้นครับ
  • เป็นการแก้ไขปัญหาถุงใต้ตาได้อย่างถาวร จากการผ่าตัดศัลยกรรมเพียงครั้งเดียวครับ
  • การผ่าตัดศัลยกรรมถุงใต้ดวงตาจะใช้เวลาในการผ่าตัดไม่นาน พักฟื้นไว รวมถึงแผลมีอาการบวมช้ำน้อยอีกด้วยครับ
  • หลังผ่าตัดถุงใต้ตาแล้ว จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการมองได้ชัดเจนยิ่งขึ้นครับ
ก่อนผ่าตัดถุงใต้ตาต้องเตรียมตัวอย่างไร

ก่อนผ่าตัดถุงใต้ตาต้องเตรียมตัวอย่างไร

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการผ่าัดศัลยกรรมถุงใต้ตา คนไข้ต้องมีความพร้อม และทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นที่พึงพอใจตามความต้องการ โดยแพทย์จะให้ปฏิบัติตามหัวข้อดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเสริมทุกชนิด เช่น วิตามินเอ, อี, ซี รวมถึงน้ำมันตับปลา หรือสมุนไพรต่าง ๆ ก่อนวันนัดผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันภาวะเลือกแข็งตัวนั่นเองครับ
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่อย่างน้อย 2 – 4 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด เนื่องจากสามารถส่งผลให้แผลหายได้ช้า หรือติดเชื้อได้ง่ายครับ 
  • ควรแจ้งให้แพทย์ทราบหากมีการใช้ยาประจำตัว หรือมีประวัติแพ้ยาต่าง ๆ เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นครับ
  • ควรพักผ่อนให้เพียงพอ สามารถทานอาหาร หรือน้ำได้ตามปกติ เนื่องจากเป็นการผ่าตัดเล็ก จึงไม่มีการวางยาสลบ หรือดมยานอนหลับครับ
  • ควรพาญาติ หรือคนสนิทมาด้วยในวันผ่าตัด ถึงแม้จะเป็นการผ่าตัดเล้กก็ตาม เพื่อลดความเสี่ยงอันตรายจากการขับขี่นั่นเองครับ
  • สามารถพกแว่นตากันแดดมาใส่ได้ ทั้งก่อน – หลังผ่าตัด เพื่อป้องกันอาการมึนหัวจากการใช้สายตามากเกินไปได้ครับ 
การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดถุงใต้ตามีอะไรบ้าง

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดถุงใต้ตามีอะไรบ้าง

เมื่อคนไข้ผ่านการผ่าตัดศัลยกรรมถุงใต้ตามาอย่างราบรื่น ขั้นตอนต่อไปก็ถึงเวลาของการดูแลรักษาแล้วครับ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่ค่อนข้างสำคัญอย่างมาก เพราะสามารถส่งผลโดยตรงต่อคนไข้เองได้เลย โดยแพทย์จะมีข้อแนะนำต่าง ๆ ให้ปฏิบัติตามหลังออกจากห้องผ่าตัดดังนี้ 

  • หลังจากผ่าตัดในช่วง 2 – 3 วันแรก แนะนำให้คนไข้ทำการประคบเย็น โดยอาจใช้เจลเย็น หรือช้อนแช่เย็น มาประคบบริเวณที่ผ่าตัดมา เพื่อลดอาการบวมรอบ ๆ ดวงตานั่นเองครับ
  • แนะนำให้นอนหนุนหมอนสูงอย่างน้อย 2 – 3 วัน หลังผ่าตัด และหลีกเลี่ยงการนอนตะแคง หรือนอนคว่ำ เพื่อลดอาการบวมของแผลลงได้ครับ 
  • แนะนำให้ทำความสะอาดบริเวณแผลผ่าตัด 1 – 2 ครั้ง/วัน โดยใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำเกลือเช็ดคราบเลือดซึม อย่างต่อเนื่องจนกว่าแผลจะหายสนิทนะครับ 
  • แนะนำให้ทานยาปฏิชีวนะ หรือทายาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดอาการอักเสบ บวมของแผล และป้องกันการติดเชื้อครับ 
  • หลีกเลี่ยงไม่ให้แผลบริเวณที่ผ่าตัดมาโดนน้ำโดยเด็ดขาด เนื่องจากความอับชื้นสามารถส่งผลทำให้แผลติดเชื้อได้ง่ายครับ 
  • งดอาหารประเภทหมักดอง อาหารทะเล หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประมาณ 2  สัปดาห์ เพื่อป้องกันอาการระคายเคืองของแผลนูนคันได้ครับ 
  • หากจำเป็นต้องออกไปข้างงนอก แนะนำให้ส่วมแว่นกันแดดทุกครั้ง เพื่อป้องกันลมฝุ่น หรือสิ่งสกปรกต่าง ๆ เข้าสู่แผลด้วยนะครับ 
  • แนะนำให้มาตามนัดแพทย์หลังจากผ่าตัดไปแล้ว ประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อตรวจเช็กดูอาการ และเฝ้าระวังภาวะต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นครับ 
ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดกำจัดถุงใต้ตา

ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดกำจัดถุงใต้ตา

ทุกหัถการย่อมมีความเสี่ยงเป็นของแถมตามมา แม้การผ่าตัดถุงใต้ตาจะเป็นการผ่าตัดเล็กก็ตาม แต่ก็มีโอกาสเสี่ยงได้เช่นกัน โดยเฉพาะภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ หลังผ่าตัด แต่ว่าคนไข้ไม่ต้องเป็นกังวลไปนะครับ เพราะปัจจัยต่าง ๆ สามารถเกิดขึ้นได้กับคนไข้ทุกท่าน หากรู้ถึงสาเหตุของปัญหาก่อนก็ย่อมได้เปรียบกว่า วันนี้ผมจึงจะขอพูดถึงภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหลังผ่าตัดถุงใต้ตาว่ามีอะไรบ้างไปดูกัน

  • ภาวะหลับตาไม่สนิท

สาเหตุหลัก ๆ ของปัญหานี้มักเกิดจากความชำนาญ และประสบการณ์ของแพทย์ที่ทำการผ่าตัดถุงใต้ตาไม่เพียงพอ ส่งผลทำให้อาจผ่าตัดหนังตาส่วนเกินออกมากเยอะไป พบได้บ่อยในคนไข้ที่มีอายุมาก เนื่องจากผิวหนังใต้ตามีภาวะหย่อนคล้อยอยู่แล้ว หากแพทย์มีความเชี่ยวชาญมากพอจะทำการเย็บกระชับควบคู่การผ่าตัดถุงใต้ตาครับ

  • แผลยาวเกินขอบตา

หากแพทย์ทำการกรีดผิวหนังบริเวณขอบตาล่างมากเกินไป รวมไปถึงคำนวณการเย็บปิดแผลได้ไม่ดี อาจส่งผลทำให้แผลเลยขอบเขตที่กำหนด จนอาจทำให้เห็นรอยแผลได้เด่นชัดนั่นเองครับ

  •  ภาวะท่อน้ำตาเสียหาย

เป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดได้น้อย แต่สามารถพบได้เช่นกัน ถือว่าเป็นภาวะที่รุนแรงอย่างมากเพราะส่งผลต่อท่อน้ำตาของคนไข้ อาจทำให้น้ำตาไหลอยู่ตลอดเวลานั่นเองครับ ซึ่งเมื่อน้ำตาไหลอาจมาโดนบริเวณแผลผ่าตัดจนทำให้ติดเชื้อต่อไปได้อีก หากมีอาการน้ำตาไหลไม่หยุดแนะนำให้รีบเข้าพบแพทย์ เพื่อทำการรักษาทันทีนะครับ 

ถึงแม้ว่าการผ่าตัดถุงใต้ตาจะเป็นการผ่าตัดเล็ก ที่ใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน แผลเล็ก และเห็นผลได้ทันที แต่ถ้าหากไม่ศึกษาข้อมูลให้ดีก็อาจส่งผลเสียได้เช่นกัน การเลือกสถานพยาบาล กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการรักษาจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษานั่นเองครับ