ปัญหาตาโหลใบหน้าดูซูบโทรมปรับให้อ่อนโยนด้วยการศัลยกรรม

ปัญหาตาโหลใบหน้าดูซูบโทรมปรับให้อ่อนโยนด้วยการศัลยกรรม

ตาโหล ” เบ้าลึกเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้ใบหน้าดูซูบโทรม ซึ่งส่งผลทำให้คนไข้สูญเสียความมั่นใจได้อย่างมาก เนื่องจากบริเวณรอบดวงตาเป็นอีกหนึ่งตำแหน่งที่ค่อนข้างโดดเด่น เมื่อมีปัญหาจึงส่งผลกระทบโดยรวมบนใบหน้าได้นั่นเองครับ 

เพื่อให้ใบหน้าของคนไข้กลับมาสดชื่นแจ่มใส ดูไม่โทรม ไม่หมองคล้ำอีกครั้ง วันนี้ผมจึงได้รวบรวมแนวทาง และคำแนะนำต่าง ๆ จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มาไว้ในบทความนี้ โดยจะอธิบายเกี่ยวกับสาเหตุ รวมไปถึงเทคนิคการศัลยกรรมที่มีประสิทธิภาพเหมาะสมกับคนไข้แต่ละบุคคลครับ

ตาโหลคืออะไร

ตาโหลคืออะไร?

ตาโหล ( hollow eyes ) คือลักษณะดวงตาที่มีร่องลึกมาก ๆ จนอาจทำให้เห็นกระดูกเบ้าตาเป็นขอบชัดเจน ซึ่งสามารถส่งผลทำให้คนไข้ดูแก่กว่าวัยอันควร ผิวหนังรอบดวงตาหมองคล้ำ โดยปัญหาดังกล่าวยังส่งผลกระทบทำให้คนไข้สูญเสียความมั่นใจได้อีกด้วยครับ 

อย่างไรก็ตามปัญหาตาโหลนั้น สามารถรักษาได้หลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการดูแลตัวเอง หรือการศัลยกรรมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยคนไข้ควรเลือกจักษุแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง เนื่องจากสามารถประเมินปัญหาของคนไข้ได้อย่างละเอียด และเลือกเทคนิคที่นำมารักษาได้อย่างเหมาะสม ช่วยทำให้คนไข้กลับมามีความมั่นใจได้อีกครั้งแน่นอนครับ 

แต่ถ้าหากคนไข้ไม่ได้ใส่ใจ หรือไม่รูสึกตระหนักเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ อาจส่งผลให้ภาวะตาโหลมีอาการรุนแรงยิ่งขึ้นได้นะครับ รวมไปถึงการศัลยกรรมกับแพทย์ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ ก็ส่งผลเสียต่อตัวคนไข้ได้เช่นกันครับ เพื่อความปลอดภัยการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก

ตาโหลเกิดจากสาเหตุอะไร

ตาโหลเกิดจากสาเหตุอะไร?

ตาโหลเป็นปัญหายอดนิยมที่ผู้คนต่างเพิกเฉย เพราะไม่ได้สนใจในความอันตรายแต่อย่างใด ซึ่งอาการตาโหลนั้นสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น กรรมพันธ์ุ – พฤติกรรม ทั้งสองกรณีล้วนส่งผลทำให้มีโอกาสเสี่ยงเป็นภาวะดังกล่าวได้เหมือนกันครับ โดยในบทความนี้ผมจะแบ่งสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดภาวะตาโหลว่ามีอะไรบ้างดังนี้ 

  • กรรมพันธ์ุ

เป็นสภาวะที่เป็นได้ตั้งแต่กำเนิด เกิดจากได้รับผลกระทบบริเวณโครงสร้างกระโหลกเบ้าตา โดยปัจจัยดังกล่าวอาจมาจาก พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา หรือยาย ซึ่งล้วนทำให้ลูกหลานสามารถรับภาวะเบ้าตาโหลเหมือนกับคนในครอบครัวครับ 

  • อายุที่เพิ่มขึ้น

ปัญหาอายุที่เพิ่มขึ้น เกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น การฝ่อของไขมันเปลือกตา, การยุบตัวของกระดูกบริเวณรอบดวงตา, ไขมันสะสมตามช่วงวัย ซึ่งส่งผลทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัยอันควรครับ

  • น้ำหนักที่ลดลง

สำหรับน้ำหนักตัวที่ลดลงอย่างกะทันหัน จากภาวะน้ำหนักลด อาจส่งผลทำให้ร่างกายสูญเสียปริมาณไขมันได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้เบ้าตายุบตัวลงจนเป็นสาเหตุของเบ้าตาโหลได้ครับ

  • ปัญหาโรคภัย

หากคนไข้มีภาวะตาโหลร่วมกับกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง อาจส่งผลทำให้ชั้นตาซ้อนกันหลายชั้น ทำให้ตาดูปรือ หรือเห็นขอบตากระดูกได้ชัด ปัญหานี้สามารถแก้ได้โดยการศัลยกรรมทำตาสองชั้นจะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้อย่างถาวรครับ 

  • การผ่าตัดศัลยกรรม

การศัลยกรรมตาสองชั้น หรือแก้ปัญหาตาต่าง ๆ โดยแพทย์ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอ อาจส่งผลทำให้ดวงตาดูไม่ธรรมชาติ ไม่สดใส และเสี่ยงทำให้เกิดภาวะอย่างอื่นตามมา เช่น กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เป็นต้นครับ

ตาโหลลักษณะแบบใดแก้ได้บ้าง

ตาโหลลักษณะแบบใดแก้ได้บ้าง

ภาวะตาโหลสามารถส่งผลกระทบต่อใบหน้าของคนไข้ได้โดยตรง สามารถทำให้คนไข้สูญเสียความมั่นใจได้อย่างมากมาย เพื่อเป็นแนวทางการป้องกันผมจะขอมาแนะนำเกี่ยวกับลักษณะตาโหลแบบใด ที่นำมาแก้ไขได้บ้างดังนี้ครับ 

  • ตาโหลที่เกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด สภาพแวดล้อม หรือผลกระทบจากมลพิษ สามารถแก้ไขได้โดยการศัลยกรรมตา หรือฉีดฟิลเลอร์บริเวณรอบดวงตาได้ เพราะหากปล่อยไว้อาจทำให้เซลล์เสื่อมสภาพจนทำให้อาการหนักขึ้นได้ครับ
  • เบ้าตาลึกโหลจากปัญหาพันธุกรรม มักจะเกี่ยวกับโครงสร้างของกระโหลก หรือกระดูกเบ้าตาตั้งแต่ก่อนกำเนิด โดยวิธีแก้ที่เหมาะสมคือการผ่าตัดศัลยกรรมตา เพราะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดครับ
  • เบ้าตาลึกโหลจากปัจจัยต่าง ๆ เนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้น จะสามารถส่งผลทำให้ใบหน้าดูไม่สดใส ซึ่งการแก้ปัญหาดังกล่าวสามารถทำได้หลายวิธีเช่น การฉีดฟิลเลอร์ การศัลยกรรมผ่าตัดตาสองชั้น หรือการเติมไขมัน เพื่อให้ดูสวยคมก็ดูเหมาะสมกับวัยครับ 
  • เบ้าตาลึกโหลจากภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ปัญหานี้แนะนำให้แก้ไขโดยการศัลยกรรมทำตาสองชั้น จะช่วยทำให้แวดตาดูสดใสขึ้น และทำให้การมองมีประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้นครับ

โดยปัจจัยดังกล่าวล้วนต้องอาศัยจักษุแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการรักษาเท่านั้นนะครับ เนื่องจากบริเวณดวงตาเป็นจุดที่ค่อนข้างเปราะบาง แพทย์จึงต้องมีประสบการณ์ และความเชี่ชสญที่สูง เพื่อรักษาปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม และตรงจุดนั่นเองครับ

ปัญหาตาโหลใบหน้าดูซูบโทรมปรับให้อ่อนโยนด้วยการศัลยกรรม

ภาวะตาโหลสามารถรักษาได้หลายวิธี ส่วนมากจะขึ้นอยู่กับสาเหตุของปัญหามากกว่า ว่ามีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน โดยแพทย์จะทำการประเมินตามความเหมาะสมก่อนเข้ารับการรักษา ซึ่งการรักษาที่แพทย์แนะนำจะมีดังนี้ 

  • การฉีดฟิลเลอร์

การฉีดสารเติมเต็มกลุ่มไฮยาลูโรนิค แอซิด หรือฟิลเลอร์บริเวณใต้ตา จะสามารถช่วยทำให้ร่องตาที่ดูเบ้าลึก ตาโหล ตื้นขึ้นได้ รวมถึงยังช่วยให้รอยคล้ำดูจางลงได้อีกด้วย โดยส่วนมากคนไข้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับตาโหลจากกรมมพันธ์ หรืออายุเยอะ แพทย์จะแนะนำให้ใช้การรักษาด้วยฟิลเลอร์ เนื่องจากเห็นผลลัพธ์ได้รวดเร็ว ไม่มีรอยบาดแผล และอาการบวมช้ำน้อยครับ 

  • การฉีดไขมัน

สำหรับการฉีดไขมันเพื่อเติมเต็มจะคล้าย ๆ กับการฉีดฟิลเลอร์เพียงแต่ว่า เป็นการนำไขมันภายในร่างกายของเราเองไปใช้เติมเต็มบริเวณที่ต้องการ จึงทำให้คนไข้มีประวัติแพ้น้อย และผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนานกว่าเนื่องจากใช้ไขมันของตัวเอง แต่ว่าต้องใช้ไขมันในปริมาณที่เหมาะสมนะครับ เพราะถ้าหากน้อย หรือมากเกินไป ก็สามารถส่งผลเสียต่อคนไข้ได้เช่นกันครับ 

  • การผ่าตัด 

การศัลยกรรมผ่าตัดตา เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมาก เนื่องจากสามารถแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุได้อย่างตรงจุด ไม่ต้องมาเติมซ้ำเหมือนการฉีดฟิลเลอร์ หรือฉีดไขมัน โดยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะแนะนำให้เป็นการทำตาสองชั้น แต่ว่ากรณีการผ่าตัดนั้น จะเหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เป็นต้นครับ

วิธีป้องกันอาการตาโหลเบ้าลึกง่ายๆด้วยตัวเอง

วิธีป้องกันอาการตาโหลเบ้าลึกง่ายๆด้วยตัวเอง

สำหรับคนไข้ที่กำลังเข้าสู่ปัญหาตาโหล หรือยังไม่เคยเป็น วันนี้ผมมีแนวทางง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ตัวเองมาฝาก เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงภาวะตาโหลเบ้าลึก แพทย์จึงแนะนำวิธีป้องกันดังนี้

  • การพักผ่อนให้เพียงพอตามความต้องการของร่างกาย ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่าง เพราะช่วงที่หลับจะทำให้ร่างกายได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ครับ 
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย หรือการทำงานที่หักโหมมากเกินไป เนื่องจากเป็นสาเหตุที่ทำให้บริเวณรอบดวงตายุบ หรือผิวเสื่อมสภาพได้เร็วครับ 
  • การทาครีมบำรุง หรือใช้เซรั่มเป็นประจำ จะช่วยกระตุ้นให้ผิวบริเวณรอบดวงตามีความชุ่มชื่น อีกทั้งยังป้องกันริ้วรอย ร่องลึก รวมถึงลดความหมองคล้ำได้ครับ 
  • หลีกเลี่ยงการขยี้รอบดวงตา เพราะการเสียดสีบ่อย ๆ จะส่งผลทำให้รอบดวงตาเกิดริ้วรอยขึ้นได้ รวมถึงอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ง่ายครับ 
  • ควบคุม หรือระงับเกี่ยวกับความเครียด และป้องกันไม่ให้ตัวเองเจ็บป่วย เนื่องจากสามารถส่งผลทำให้ไขมันชั้นตาลดลงอย่างรวดเร็ว จนมีอาการตาโหลได้ครับ 
  • แนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าตามความต้องการของร่างกาย หรือ 8 – 10 แก้ว/วัน เพื่อให้ผิวเกิดความชุ่มชื่น ป้องกันภาวะตาโหลได้ครับ 
  • หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ ชา แอลกอฮอล์ รวมถึงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนทุกชนิด เนื่องจากสารบางประเภทมีผลต่อระบบการทำงานภายในร่างกาย
ภาวะตาโหลอันตรายหรือไม่

ภาวะตาโหลอันตรายหรือไม่

ภาวะตาโหล เบ้าตกลึกนั้นอาจไม่ได้ส่งผลอันตรายถึงแก่ชีวิตก็ตาม แต่ก็สามารถส่งผลกระทบต่อความมั่นใจบนใบหน้าได้หลายอย่าง เช่น ทำให้ใบหน้าดูโทรม ใบหน้าดูหมองคล้ำ ใบหน้าดูเหนื่อยล้า ตาดูไม่สดใส รวมถึงใบหน้าดูแก่กว่าวัยอันควร ทั้งหมดล้วนเกิดจากภาวะตาโหลได้ทั้งสิ้นครับ 

แต่ในทางกลับกันหากใครมีแววตาที่ดูสดใส ร่าเริงแจ่มใส ก็จะส่งผลบวกในหลาย ๆ ด้าน เช่น ช่วยเพิ่มความมั่นในในการกล้าแสดงออก ทำให้การทำงานมีประสิทธิเพิ่มมากขึ้น และยังส่งผลดีได้อีกมากมาย 

ภาวะจึงไม่มีความอันตราย แต่ทำให้สูญเสียความรู้สึกด้านบวกหลาย ๆ ปัจจัยเท่านั้น เพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับเบ้าตาลึกโหล การศัลยกรรมก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการรักษานะครับ โดยคนไข้สามารถเข้ารับคำปรึกษากับจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้โดยตรง เพื่อให้แพทย์ได้ทำการวิเคราะห์ และหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสำหรับปัญหาที่คนไข้เป็นนั่นเองครับ